October 23 2014 09:17:20
เมนู
หน้าแรก
เว็บ พุทธคอม
ป.เอก มมร รุ่น๒
นนทรีริมธาร วังน้ำเขียว
เว็บ บานชัยภูมิ
เกษตรพอเพียง

บทความ
ห้องสนทนา
ดาวน์โหลด
หมวดหมู่ข่าว

ลิ้งแผนที่ดาวเทียม
แผนที่ศูนย์วิจัย
วัดหนองไก่เืถื่อน
แผนที่มาศูนย์วิจัย
คำถามยอดนิยม
เว็บลิงค์
ติดต่อเรา

อัลบั้มภาพ
ชมสวนสวย
ภาพสวนป่า ศูนย์วิจัย
ภูเชื่อมรัก
สวนนานาพันธ์
สวนลุงผู้ใหญ่พิน
ค้นหา
เกษตรพอเพียง
ชื่อพันธุ์ในศูนย์วิจัย
หัวข้อแนะนำ
ไม่พบแบนเนอร์แลกลิ้งค์ใดๆ
ผักสะเดา

ชื่อ: สะเดา (กลาง) กะเดา ไม้เดา (ใต้), สะเลียม (เหนือ), ผักกะเดา กาเดา (อีสาน)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton

วงศ์ : Meliaceae

ชื่อสามัญ : Margosa, Neem, Siamese Neem tree, Nim


ไม้สกุลสะเดาที่พบในประเทศไทยมี 3 ชนิด คือ สะเดาไทย สะเดาอินเดีย และสะเดาช้าง

ลักษณะทั่วไป

สะเดาเป็นไม้ยืนต้นโตเร็วชนิดหนึ่ง เจริญได้ดีในแถบร้อน ทนต่อสภาพอากาศแห้ง แล้ง สามารถขึ้นได้ในดินทุกประเภท ยกเว้นดินที่มีน้ำขัง ดินเค็ม เป็นกรด หรือด่างจัด ลำต้นสูง 15-20 เมตร เรือนยอดแผ่กว้างรูปไข่ เปลือกไม้ค่อน ข้างหนาสีเทาแก่แตกเป็นร่อง เนื้อไม้ สีน้ำตาลแดง ใบสีเขียวเข้ม ขอบใบหยักเล็กน้อย ผลัดใบช่วงสั้นๆปีละ 1 ครั้ง ในช่วง ออกดอก ประมาณเดือน ธันวาคม-มกราคม ผลมีลักษณะและขนาดคล้าย พวงองุ่น สุกประมาณ เดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผลสุกมีสีเหลือง หรือเหลืองอมเขียว ภายในมีเมล็ด 1-2 เมล็ด

คุณค่าและประโยชน์ของสะเดา

1 .เนื้อไม้ เหมาะสำหรับนำไปก่อสร้างบ้านเรือน ทำเสา เข็ม และ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมทั้งเป็นเชื้อเพลิงคุณภาพดี

2. เป็นอาหารและพืชสมุนไพร เช่น ในดอก และยอดอ่อน ใช้เป็นอาหาร และยาเจริญอาหาร ดอกแก้พิษเลือดกำเดา บำรุงธาตุ ผลแก้โรคหัวใจ ยางดับพิษร้อน เปลือกแก้ไข้มาลาเรีย และเป็นยาสมานแผล ผลอ่อนใช้ถ่ายพยาธิ เมล็ดใช้รักษาโรคเบาหวาน

3. เป็นสารป้องกันและกำจัดแมลง สะเดามีสารชนิดหนึ่งชื่อ กะซ้าหอยแรคติหน สามารถนำมาสกัด เป็นสารป้องกันกำจัดแมลงได้ พบมากที่สุดในส่วนของเมล็ด

4. ปลูกเพื่อเป็นแนวกันลมและให้ร่ม เนื่องจากมีใบหนาทึบ รากลึก ทนแล้ง ทนดินเค็ม และผลัดใบในเวลาสั้น

5. อื่นๆ เช่น น้ำมันจากเมล็ดสะเดาใช้ทำเชื้อเพลิงจุดตะเกียง เปลือกมีสารแทนนิน ใช้ในอุตสาหะกรรมฟอกหนัง กากสะเดาใช้เป็นปุ๋ย ผสมเป็นอาหารสัตว์ เป็นต้น


สารสำคัญ:

bitter principle เปลือกต้นมีสาร nimbin, desacetylnimbin ในใบมี quercetin ในเมล็ดมีสาร azadirachtin สามารถฆ่าแมลงได้ และพวก quinone ตำรายาไทย ใช้ก้านใบเป็นยาแก้ไข้ทุกชนิด เปลือกต้นแก้ท้องเดิน แก้บิดมูกเลือด ผลเป็นยาถ่ายพยาธิ แก้ริดสีดวง แก้ปัสสาวะพิการ ดอกเป็นยาบำรุงธาตุ รากแก้ไข้ ทำให้อาเจียน

การใช้สารสะกัดจากใบหรือกิ่งสะเดา :

วิธีทำ

- ตัดกิ่งหรือใบสะเดา ให้เป็นท่อนๆ ขนาด 5 เซนติเมตร ในอัตราส่วนตามต้องการ
- ตัดต้นตะไคร้หอม ให้เป็นท่อนๆ ขนาด 5 เซนติเมตร ในอัตราส่วนตามต้องการ โดยเทียบใช้ในอัตราเดียวกันกับสะเดา

++ ผสมสะเดาเข้ากับตะไคร้หอม ในสัดส่วที่เท่ากัน จากนั้นนำไปต้มกับน้ำ โดยใส่น้ำใหท่วมส่วนผสม แล้วเคี่ยวนานครึ่งชั่วโมง - 1 ชั่วโมง ก็จะได้สารละลายสีเขียวคล้ำ นำไปใช้กำจัดแมลงได้ผลดี ใช้ฉีดพ่นบนพืช เช้า -เย็น วิธีนี้จะสามารถไล่แมลง ยับยั้งการเติบโตของแมลง ซึ่งใช้ไดกับหอนชอนใบส้ม หนอนใยผัก เพลี้ยอ่อน

วิธีใช้

นำสารละลายที่ได้ 1 ส่วน ผสมเข้ากับน้ำ 1 ส่วน แล้วเติมสารจับใบเช่น สบู่เหลว น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก เล็กน้อย

การนำไปใช้ทางการเกษตร :

วิธีที่ 1 โรยเมล็ดสะเดาบดตามแปลงผักเพื่อปรับสภาพดิน

วิธีที่ 2 นำเมล็ดสะเดา 1 กก. บดให้ละเอียด ห่อผ้าแช่น้ำ 1 ปี๊บ แช่ทิ้งไว้ 1 คืน ก่อนใช้ผสมน้ำสบู่ 1 ช้อนโต๊ะ นำไปฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน ในตอนเย็น
วิธีที่ 3 นำเมล็ดและใบสะเดา เหง้าข่าแก่ ตะไคร้หอม อย่างละ 2 กก. สับให้ละเอียด แล้วตำหรือบดรวมกัน แช่น้ำ 1 ปี๊บ แช่ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วกรองเอาหัวเชื้อที่ได้ ผสมน้ำเปล่า 1 ปี๊บ ต่อน้ำยา 0.5 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน ในตอนเย็น

วิธีที่ 4 นำเมล็ดสะเดาแห้ง ที่ประกอบด้วยเปลือกหุ้มเมล็ด และเนื้อเมล็ด มาบดให้ละเอียด แล้วนำผงเมล็ดสะเดามาหมักกับน้ำ ในอัตราส่วน 1 กก. ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยใช้ผงสะเดาใส่ไว้ในถุงผ้าขาวบาง แล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ใช้มือบีบถุงตรงส่วนของผงสะเดา เพื่อให้สาร อะซาดิแรคติน ที่อยู่ในผลสะเดา สลายตัวออกมาให้มากที่สุด เมื่อจะใช้ก็ยกถุงผ้าออก บีบถุงให้น้ำในผงสะเดาออกมาให้หมด ก่อนใช้นำน้ำที่ได้ผสมน้ำสบู่หรือแชมพู แล้วนำไปฉีดพ่น


ที่มาของข้อมูลและภาพ
http://www.rakbankerd.com/kaset/view.php?id=145&s=tblplant
ต.ชาตรี.เคล็ดลับภูมิปัญญาไทย ชุด สมุนไพรเพื่อการเกษตร.2546.พิมพ์ครั้งที่2,.เคพีเอ็ม มีเดีย สยาม.นนทบุรี.หน้า 110 .
ร่วมพูดคุย
ยังไม่มีใครคอมเมนท์.
แสดงความเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น.
คะแนน
สามารถให้คะแนนได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น.

โปรดเข้าสู่ระบบก่อนการให้คะแนน.

ยังไม่มีการให้คะแนน.
แสดงผลในเวลา: 0.07 วินาที 4,614,844 ผู้เยี่ยมชม