October 20 2014 18:18:41
เมนู
หน้าแรก
เว็บ พุทธคอม
ป.เอก มมร รุ่น๒
นนทรีริมธาร วังน้ำเขียว
เว็บ บานชัยภูมิ
เกษตรพอเพียง

บทความ
ห้องสนทนา
ดาวน์โหลด
หมวดหมู่ข่าว

ลิ้งแผนที่ดาวเทียม
แผนที่ศูนย์วิจัย
วัดหนองไก่เืถื่อน
แผนที่มาศูนย์วิจัย
คำถามยอดนิยม
เว็บลิงค์
ติดต่อเรา

อัลบั้มภาพ
ชมสวนสวย
ภาพสวนป่า ศูนย์วิจัย
ภูเชื่อมรัก
สวนนานาพันธ์
สวนลุงผู้ใหญ่พิน
ค้นหา
เกษตรพอเพียง
ชื่อพันธุ์ในศูนย์วิจัย
หัวข้อแนะนำ
ไม่พบแบนเนอร์แลกลิ้งค์ใดๆ
ปูเล่ คะน้าสามร้อยปี
ปูเล่


ชื่อสามัญ : Longlived Cabbag
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Brassica hybrid cv. Pule
คุณค่าอาหาร
ปูเล่ 100 กรัม ให้พลังงาน 30 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย โปรตีน 23 กรัม ไขมัน 0.3 กรัม แคลเซียม 151 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 4.5 กรัม โพแทสเซียม 54 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 0.11 มิลลิกรัม วิตามินซี 63 มิลลิกรัม ไทอะมิน 0.07 มิลลิกรัม
สรรพคุณทางยา
ปูเล่มีเบต้า-แคโรทีนสูง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคมะเร็งและโรคหัวใจขาดเลือด ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี ซึ่งช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันและโรคหวัด ทั้งยังมีแคลเซียมช่วยในการบำรุงกระดูกด้วย





จากประวัติความเป็นมา





























บางคนเรียกปูเล่ว่า คะน้าสามร้อยปี จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรพบว่า ปูเล่เป็นพืชที่เก่าแก่มีมานานแล้ว โดยพบทางภาคใต้ของประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งสมัยต้นรัตนโกสินทร์ จึงคาดว่ามีผู้นำปูเล่มาจากประเทศจีน ในช่วงการอพยพย้ายถิ่นฐาน ชาวจีนนำปูเล่ปลูกในกระถางไว้บนเรือ และเก็บบริโภคระหว่างเดินทางด้วยระยะเวลานาน
ปู เล่ เป็นต้นไม้พันธุ์กะหล่ำตอนที่เจริญเติบโตจะเหมือนดอกไม้ดอกใหญ่ในกระถางใบปู เล่จะคล้ายใบคะน้า รสชาติดีและอุดมไปด้วยสารอาหารที่น่าสนใจ มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา เสริมภูมิต้านทานและช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและหัวใจขาดเลือด

ขยายพันธุ์ได้ง่าย
:
เมื่อปลูกมีอายุเกินกว่าหนึ่งปี ที่ลำต้นจะมีการแตกกิ่งแขนงเล็ก ๆ การขยายพันธุ์จึงใช้กิ่งแขนงเล็ก ๆ นี้เพาะชำได้ง่าย หลังจากปลูกไปได้ 4 เดือน ก็จะเริ่มเก็บใบมาทานได้ เรื่อยๆ จะเก็บใบได้ 2-3 อาทิตย์ ต่อครั้ง หากต้องการทานปูเล่ฟรีๆ ทุกอาทิตย์ต้องปลูกสัก 3-4 ต้น ปูเล่เป็นพืชที่มีความทนทาน ตลอดหน้าฝน หน้าหนาว หรือฤดูร้อน ปูเล่ขึ้นได้ดีขึ้นได้กับทุกท้องที่ตั้งแต่เหนือจรดใต้
การดูแลรักษา :



เมื่อปลูกปูเล่ใส่กระถาง ควรนำกระถางให้ได้รับแสงแดดบ้าง อาจได้รับแสงแดดเพียงครึ่งวันก็พอ จึงวางที่ระเบียงบ้าน หรือด้านใดด้านหนึ่งของบ้านได้รดน้ำวันละครั้ง จะเป็นช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้ หากมีเวลาเพียงวันละ 2-3 นาทีในการรดน้ำ และตรวจดูสภาพความชื้น ดูหนอนที่อาจมารบกวนบ้างก็พอแล้ว
ที่มา http://ao-ng.blogspot.com/2009/01/blog-post_16.html

บทความเกี่ยวกับที่ออกอากาศ เกี่ยวกับปูเล่

ปูเล่ เป็นพืชตระกูลกะหล่ำที่ปลูกทางภาคใต้ของประเทศไทย มีประโยชน์ในการนำมาประกอบอาหารก็ได้หรือจะรับประทานสด ๆ ก็อร่อยไม่เบาทีเดียวเลยละค่ะ ในการนำปูเล่มาใช้ประกอบอาหารจะเด็ดจากใบล่างขึ้นไปเรื่อยๆ ค่ะ ปูเล่ เป็นพืชผักที่ชอบชึ้นในดินร่วนที่มีอินทรีย์วัตถุ มีการระบายน้ำดี ปูเล่เลี้ยงงาย ไม่จำเป็นต้องใช้ยากำจัดแมลงเลยนะคะ นอกจากนี้ยังเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก แต่ไม่ต้องถึงขนาดน้ำท่วมขังนะคะเพราะจะทำให้ต้นเน่าได้ง่าย การให้น้ำแก่ต้นปูเล่ ให้น้ำเพียงวันละครั้งก็เพียงพอ การปลูกลงในกระถางหรือภาชนะแขวนจะทำให้ดูแลรักษาง่ายและทำให้ต้นปูเล่อายุ ยืน ยาวขึ้นด้วยค่ะ
คุณสมบัติที่ดี ของปูเล่ ประการแรก คือ ใบมีรสชาติดี ไม่เหม็นเขียว ไม่เหนียว สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง ประการที่สอง สามารถเก็บใบของปูเล่รับประทานได้ตลอดทั้งปีไม่จำกัดฤดู ประการที่สามปูเล่ เป็นไม้ที่ มีอายุยืนไม่ต่ำกว่า 2 ปี นี่เป็นข้อแตกต่างจากพืชผักทั่วๆ ไปที่เก็บบริโภคได้เพียงฤดูเดียวค่ะ ประการที่สี่ มีแขนงเกิดขึ้นตามลำต้น ดังนั้นจึงสามารถแยกไปปลูกขยายเพิ่มจำนวนได้โดยง่าย ประการที่ห้า สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ดินน้อย ดังนั้นจึงทำให้ปลูกปูเล่ ได้ในบ้านที่มีพื้นที่ดินน้อยหรือปลูกไว้ในกระถาง/ภาชนะแขวนก็สามารถเจริญ เติบโตได้ดี ประการที่หกปูเล่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพอากาศ ทุกภาคของประเทศ ประการที่เจ็ด ปูเล่เป็นพืชที่ค่อนข้างต้านทางโรคและแมลง ด้วยคุณสมบัติที่ดีอย่างนี้คุณผู้ฟังสนใจไหมล่ะคะ

วิธีการขยายพันธุ์ปูเล่จะมี 2 วิธีดังนี้ค่ะ
วิธีแรก คือ การปักชำแขนง ปูเล่เป็นพืชที่มีลักษณะพิเศษ คือ นอกจากจะมีอายุยืนยาวแล้ว ยังมีแขนงที่แตกจากซอกใบของลำต้น ซึ่งสามารถนำแขนงที่เกิดขึ้นไปขยายพันธุ์ได้นะคะ โดยการตัดแขนงที่มีใบตั้งแต่ 3 ใบขึ้นไป แล้วนำไปปักชำในทรายผสมขี้เถ้าแกลบ รดน้ำให้ชุ่ม แล้วดูแลต้นปูเล่โดยตั้งในสภาพแสงรำไรติดต่อกันประมาณ 7 วัน แขนงของปูเล่จะงอกราก เมื่อต้นปูเล่ตั้งตัวได้ดีแล้ว อีกประมาณ 20 วัน หลังปักชำ จึงจะย้ายลงปลูกในกระถางที่มีดินผสมอินทรีย์วัตถุ ค่ะ

วิธีที่สอง คือ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ให้นำชิ้นส่วนขนาดเล็กของปูเล่มาเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ภายใต้สหภาพที่ควบ คุม ซึ่งวิธีนี้สามารถเพิ่มปริมาณปูเล่ได้เป็นจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และค่อนข้างจะเป็นเรื่องของวิชาการมากไปหน่อย จึงดูยุ่งยากสำหรับมือใหม่ค่ะ

ผู้ที่สนใจจะ ปลูกปูเล่ไว้บริโภคเอง ก็สามารถจะทำตามวิธีหนึ่งโดยไม่ยากนะคะ เพราะปูเล่จะเริ่มเก็บใบไปรับประทานได้เมื่ออายุ 4 เดือนขึ้นไป ใบที่สามารถเก็บไปบริโภคนั้น ใบควรจะมีขนาด 15x20 ซม.ขึ้นไปสำหรับวิธีการเก็บ ให้เริ่มเด็ดใบล่างก่อน โดยการโน้มทั้งใบลงข้างล่าง ก้านใบส่วนที่ติดกับลำต้นจะหักออกได้ง่ายการเด็ดใบแต่ละครั้งให้เหลือใบไว้ กับต้นไม่น้อยกว่า 12 ใบนะคะ ทั้งนี้เพื่อให้ต้นปูเล่สามารถสร้างอาหารได้เพียงพอกับการเจิรญเติบโต และสามารถเก็บใบปูเล่ไปทำอาหารได้อีกเป็นระยะทุก 2-3 สัปดาห์ ครั้งละ 5-6 ใบ ค่ะ สำหรับคุณผู้ฟังและผู้สนใจ ที่ชอบปลูกต้นไม้อยู่แล้ว หากอยากจะมีรายได้พิเศษทางรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเสนอแนวคิด ในการปลูกพืชผักสวนครัวลงภาชนะต่างๆ หรือวัสดุเหลือใช้ นำมาประดิษฐ์ใหม่ให้ดูดี เพื่อนำมาจำหน่ายแทนไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโรงเรียนต่าง ๆ ถ้าหากครูอาจารย์ทั้งหลายประสงค์จะให้เด็กนักเรียนปลูกผักสวนครัวโดยเปลี่ยน รูปแบบภาชนะให้ดูแปลกใหม่ น่าสนใจ แล้วยังสามารถส่งจำหน่ายได้อีกด้วย ก็เป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ


ที่มา http://natres.psu.ac.th/radio/radio_article/radio42-43/42-430032.htm

ร่วมพูดคุย
ยังไม่มีใครคอมเมนท์.
แสดงความเห็น
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น.
คะแนน
สามารถให้คะแนนได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น.

โปรดเข้าสู่ระบบก่อนการให้คะแนน.

ยังไม่มีการให้คะแนน.
แสดงผลในเวลา: 0.09 วินาที 4,607,809 ผู้เยี่ยมชม